วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

อานิสงส์ของการเงี้ยโสตลงสดับ "พุทธวจน" อาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559

อานิสงส์ของการเงี้ยโสตลงสดับ "พุทธวจน" เช้าวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2559


#อานิสงส์ ฟัง #พุทฺธวจน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๔ ประการ

แห่งธรรมทั้งหลายที่บุคคล

ฟังเนืองๆ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ

อันบุคคลพึงหวังได้ อานิสงส์ ๔ ประการเป็นไฉน

-

ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ...เวทัลละ

ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันภิกษุนั้น

ฟังเนืองๆ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ

เธอมีสติ หลงลืม เมื่อกระทำกาละ

ย่อมเข้าถึงเทพนิกายหมู่ใดหมู่หนึ่ง

บทแห่งธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏแก่เธอผู้มีความสุขในภพนั้น

สติบังเกิดขึ้นช้า แต่สัตว์นั้นย่อมเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นอานิสงส์ประการที่ ๑

แห่งธรรมทั้งหลายที่บุคคลฟังเนืองๆ คล่องปาก ขึ้นใจ

แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิอันบุคคลพึงหวังได้ ฯ

-

อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ...เวทัลละ

ธรรมเหล่านั้นเป็นธรรมอันภิกษุนั้นฟังเนืองๆ คล่องปากขึ้นใจ

แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ เธอมีสติหลงลืม เมื่อกระทำกาละ

ย่อมเข้าถึงเทพนิกายหมู่ใดหมู่หนึ่ง

บทแห่งธรรมทั้งหลายย่อมไม่ปรากฏแก่เธอ

ผู้มีความสุขอยู่ในภพนั้นเลย

แต่ภิกษุผู้มีฤทธิ์ ถึงความชำนาญแห่งจิต แสดงธรรมแก่เทพบริษัท

เธอมีความปริวิตกอย่างนี้ว่า

ในกาลก่อนเราได้ประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยใด

นี้คือธรรมวินัยนั้น

สติบังเกิดขึ้นช้า แต่ว่าสัตว์นั้นย่อมบรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษผู้ฉลาดต่อเสียงกลอง

เขาเดินทางไกล พึงได้ยินเสียงกลอง

เขาไม่พึงมีความสงสัย หรือเคลือบแคลงว่า

เสียงกลองหรือไม่ใช่หนอ ที่แท้เขาพึงถึงความตกลงใจว่า

เสียงกลองทีเดียว ฉันใด

ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเล่าเรียนธรรม ฯลฯ

ย่อมเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นอานิสงส์ประการที่ ๒

แห่งธรรมทั้งหลายที่ภิกษุฟังเนืองๆ คล่องปาก ขึ้นใจ

แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ อันบุคคลพึงหวังได้ ฯ

-

อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ...บทแห่งธรรมทั้งหลาย

ย่อมไม่ปรากฏแก่เธอผู้มีความสุขอยู่ในภพนั้นเลย

ทั้งภิกษุผู้มีฤทธิ์ถึงความชำนาญแห่งจิต

ก็ไม่ได้แสดงธรรม ในเทพบริษัท

แต่เทพบุตรย่อมแสดงธรรมในเทพบริษัท

เธอมีความคิดอย่างนี้ว่า

ในกาลก่อนเราได้ประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยใด

นี้คือธรรมวินัยนั้นเอง สติบังเกิดขึ้นช้า

แต่ว่าสัตว์นั้นย่อมเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย

บุรุษผู้ฉลาดต่อเสียงสังข์ เขาเดินทางไกล

พึงได้ฟังเสียงสังข์เข้า เขาไม่พึงมีความสงสัยหรือเคลือบแคลง ว่า

เสียงสังข์หรือมิใช่หนอ ที่แท้เขาพึงถึงความตกลงใจว่า

เสียงสังข์ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ฯลฯ

ย่อมเป็นผู้ บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นอานิสงส์ประการที่ ๓

แห่งธรรมทั้งหลายที่ภิกษุฟังเนืองๆ คล่องปาก ขึ้นใจ

แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ อันบุคคลพึงหวังได้ ฯ

-

อีกประการหนึ่ง ภิกษุย่อมเล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ...

บทแห่งธรรมทั้งหลาย ย่อมไม่ปรากฏแก่เธอผู้มีความสุขอยู่ในภพนั้นเลย

แม้ภิกษุผู้มีฤทธิ์ถึงความชำนาญแห่งจิต

ก็มิได้แสดงธรรมในเทพบริษัท

แม้เทพบุตรก็ไม่ได้แสดงธรรมในเทพบริษัท

แต่เทพบุตรผู้เกิดก่อนเตือนเทพบุตรผู้เกิดทีหลังว่า

ท่านผู้นฤทุกข์ย่อมระลึกได้หรือว่า

เราได้ประพฤติพรหมจรรย์ในกาลก่อน

เธอกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้นฤทุกข์ สติบังเกิดขึ้นช้า

แต่ว่าสัตว์นั้นย่อมเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สหายสองคนเล่นฝุ่นด้วยกัน

เขามาพบกัน บางครั้งบางคราว

ในที่บางแห่ง สหายคนหนึ่งพึงกล่าวกะสหายคนนั้นอย่างนี้ว่า

สหาย ท่านระลึกกรรมแม้นี้ได้หรือ เขาพึงกล่าวอย่างนี้ว่า

เราระลึกได้ เราระลึกได้ ฉันใด

ภิกษุก็ฉันนั้น เหมือนกันย่อมเล่าเรียนธรรม ฯลฯ

ย่อมเป็นผู้บรรลุคุณวิเศษ เร็วพลัน

ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เป็นอานิสงส์ประการที่ ๔

แห่งธรรมทั้งหลายที่ภิกษุฟังเนืองๆ คล่องปาก

ขึ้นใจแทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ

อันบุคคลพึงหวังได้



ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๔ ประการนี้

แห่งธรรมทั้งหลายที่ภิกษุฟังแล้วเนืองๆ คล่องปากขึ้นใจ

แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ อันบุคคลพึงหวังได้ ฯ

-

(ภาษาไทย) จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๗๘/๑๙๑

http://etipitaka.com/read?language=th...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น